ดูแลลูกน้องต้องทั่วถึง : ดร.สุขุม นวลสกุล

Profile photo of อ.สุขุม นวลสกุล
อ.สุขุม นวลสกุล

ผมในสมัยที่เป็นใหญ่อยู่ในงานระดับคณะแห่งหนึ่ง มีโอกาสไปทัศนศึกษาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กลับมาเมืองไทยนี่ลูกน้องมีความสุขครึกครื้นกันทั้งคณะเลยละครับ เพราะผมมีของมาฝากทุกคนแบบโดยเสมอภาคกันเสียด้วย

คนที่เป็นหัวหน้าหรือเจ้านายที่มีลูกน้องอยู่ในการปกครองหลายๆ คนหรือจำนวนมากนั้น  อย่านึกว่าเป็นเรื่องโก้เก๋ดูมีบารมีเป็นที่น่าชื่นชมเพียงด้านเดียวนะครับ    ความจริงก็เป็นเรื่องที่อาจจะนำความปวดเศียรเวียนเกล้ามาสู่คนที่เป็นหัวหน้าอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

เพราะคนที่เป็นลูกน้องนั้นย่อมมีความแตกต่างทางเพศผิวพรรณรวมทั้งความคิดทัศนคติ   การมาอยู่รวมกันจะให้รู้รักสามัคคีเหมือนพี่เหมือนน้องก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย   เพราะคนแม้จะผูกพันกันด้วยสายเลือดเป็นพี่เป็นน้องคลานตามกันมาแท้ๆ  ยังมีการทะเลาะเบาะแว้งถึงเป็นถึงตายกันก็มีตัวอย่างให้ได้รู้ได้เห็นอยู่

เพราะฉะนั้นคนที่เป็นหัวหน้าหรือจ่าฝูงต้องมีศิลปะในการดูแลคนที่เป็นลูกน้องให้อยู่หรือทำงานร่วมกันอย่างไม่มีปัญหา   ไม่ต้องถึงขั้นขนาดรักใคร่กลมเกลียวกันหรอก  เอาแค่ทำงานร่วมกันได้โดยไม่ทะเลาะเบาะแว้งก็น่าพอใจแล้ว

ใครเป็นหัวหน้าแล้วลูกน้องไม่ถูกกันหลายคนหรือหลายคู่   ก็คงบอกให้คนอื่นรู้ได้นะครับว่า  ทำให้ปวดหัวและยุ่งยากแค่ไหน    แค่จัดเวรให้ใครอยู่กับใครก็ต้องคอยวางตัวให้ดี  อย่าเผลอให้คนที่ไม่ถูกกันอยู่เวรด้วยกันเป็นอันขาด   ไม่งั้นแล้วอาจมีเรื่องยุ่งยากหรือปัญหาตามมา  ถ้าไม่ระวังให้ดี

เช่น   ให้ลูกน้องสองคนไม่ถูกกันอยู่เวรกลางคืนด้วยกัน  เป็นไปได้นะ ที่พอถึงเช้าอาจจะเหลืออยู่คนเดียว อีกคนหายไปไหนก็ไม่รู้   ถามไอ้คนที่เหลืออยู่  มันก็ตอบแบบไม่เต็มเสียงอ้อมๆ แอ้ม ๆ  ว่า  “ไม่รู้  ไม่เห็น  ไม่ทราบ”   ความจริงมันแอบฆ่ายัดส้วมเสียเมื่อคืนตอนไอ้คนที่ไม่ถูกกับมันนอนหลับ……แฮ่

ดังนั้นคนที่มีลูกน้องหลายคนจึงพึงวางตัวให้ดี  อย่าผิดพลาดไม่รอบคอบ  จะทำอะไรกับลูกน้องต้องระมัดระวังบ้าง  เพราะเขาอาจจะเป็นคู่แข่งชิงดีชิงเด่นกันอยู่ก็ได้  และเราผู้เป็นหัวหน้าย่อมเป็นเป้าหมายหนึ่งของการแย่งชิงของลูกน้อง

แน่นอนครับ   คนที่เป็นลูกน้องอยากได้ความรักใคร่เมตตาของคนเป็นหัวหน้า   แต่ถ้าหัวหน้าทำท่าจะรักลูกน้องไม่เท่ากัน แต่ถ้าน้ำหนักเทไปทางตัวเขามากกว่าคนอื่น  เขาก็ย่อมพอใจและเป็นสุข  แต่ถ้าหนักไปทางคนอื่นมากกว่าตัวเขา  เขาก็จะไม่ค่อยสบอารมณ์เป็นธรรมดา

คนที่เป็นหัวหน้าจึงควรเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลาว่า  การเป็นหัวหน้านั้นภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า”ซัมบอดี้”ไม่ใช่”โนบอดี้”เหมือนสมัยที่เป็นลูกน้องเขา   หมายถึงว่าจะทำอะไรจะโดนจับตามองโดยเฉพาะจากบรรดาลูกน้องทั้งหลายของเรา

สมัยที่เป็นลูกน้องเขา  เราจะไปกินข้าวกลางวันกับใคร  ไม่มีใครสนใจ  หรือถึงสนใจก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ  ในการทำงาน  อาจจะมีติฉินนินทาบ้างก็แค่นั้นเอง   แต่พอขึ้นเป็นหัวหน้าจะพาไปใครไปรับประทานอาหารด้วยก็ต้องระวังบ้างไม่งั้นอาจเกิดปัญหา

อย่างเช่น เรามีลูกน้องสิบคน แต่เราชวนลูกน้องอยู่คนเดียวให้ไปกินข้าวเที่ยงกับเรา  เที่ยงไหนก็เที่ยงนั้นชวนอยู่คนเดียวเท่านั้นไม่เคยให้โอกาสคนอื่นเลย   รับรองได้เลยครับว่า มีปัญหาแน่นอน   อีกเก้าคนต้องไม่พอใจคนที่เป็นหัวหน้าแน่นอนหาว่าเป็นคนขาดความเที่ยงธรรม

ทั้งๆ ที่เรื่องอาหารกลางวันเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เวลางาน  แต่หัวหน้าที่ชอบเพื่อนคู่กินซ้ำซากจำเจจะทำให้เป็นปัญหาในการทำงาน   ไม่เพียงแต่ตัวเองโดนรังเกียจหรือไม่พอใจเท่านั้น   แต่ลูกน้องคนที่เป็นที่สนิทเสน่หาของหัวหน้าจะโดนแจ้คพ๊อตไม่ชอบใจของเพื่อนร่วมงานไปด้วย

วันไหนหัวหน้าไม่มา   ลูกน้องที่มีลาภปากจากหัวหน้าทุกวันอาจโดนคนอื่นๆ  ที่ไม่เคยได้รับการชวนจากหัวหน้า รุมกันขอดูขนาดของลิ้นว่าขนาดไหนหรือจึงทำให้หัวหน้าหลงเสน่ห์ต้องชวนไปกินแต่เพียงผู้เดียว  ไม่เคยให้โอกาสคนอื่นเลย

หัวหน้าที่หวังให้ลูกน้อง”รู้รักสามัคคี”จึงต้องระมัดระวังการวางตัวให้ดี  ถ้าไม่ใช่คนขี้เหงานักก็อาจจะแอบไปกินข้าวคนเดียวไม่ชวนลูกน้องคนใดให้เกิดความอิจฉาริษยากัน  แบบว่าให้อดหยากปากแห้งทั้งฝูงดีกว่าจะแตกสามัคคี    หรือไม่ก็ให้แม่บ้านสำนักงานจัดหาอาหารให้กินในที่ทำงานไปเลย   แต่อย่าถึงขั้นหิ้วปิ่นโตมากินเองเลย เพราะจะดูเป็นคนตระหนี่ขี้เหนียวไปไม่หน่อย

แต่ถ้าเป็นคนชอบมีคนกินข้าวด้วย  ไม่ชินหรือไม่ชอบกินคนเดียวเพราะทำให้ไม่เจริญอาหาร   จะชวนลูกน้องไปเป็นฝูงก็เกรงจะเปลืองงบประมาณหรือแบกภาระไม่ได้ จะชวนลูกน้องไปกินวันละคนสองคนก็ได้  แต่อย่าให้ซ้ำหน้ากัน

วันนี้ชวนคนนี้อีกวันก็ต้องชวนคนนั้นวันถัดไปก็เป็นคนโน้น หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป   ใครเป็นลูกน้องเราก็มีโอกาสได้ไปกินอาหารกับเราทั้งนั้น   ดูเป็นหัวหน้าใจดีไม่เลือกที่รักมักที่ชัง   หัวหน้าแบบนี้ลูกน้องพอใจแน่นอน  อาจจะลุ้นกันเองเป็นที่สนุกสนาน  วันนี้หัวหน้าจะหิ้วใครไปกินข้าวด้วย

ลูกน้องบางคนแม้เราอาจจะไม่ค่อยชอบหน้า   แต่บางวันก็ต้องพาไปกินบ้าง เขามีสิทธิในฐานะเป็นลูกน้องเรา   วันนั้นเราอาจจะพามันไปกินอะไรแปลกๆ  ให้มันกระอักกระอ่วนเล่น   เช่น

“น้องวันนี้ไปกินข้าวเที่ยงกับพี่นะวันนี้จะพาไปกินหนูนา”

“หัวหน้าชอบกินหนูนาหรือครับ” มันอาจจะทำท่าสงสัย

ก็ตอบไปให้มันหายข้องใจ  “ไม่หรอก พี่ชอบดูคนอื่นกินน๊ะ ไม่ชอบกินเองหรอก”………..ฮ่า

หัวหน้าที่มีท่าทีมีน้ำใจกับลูกน้องโดยเสมอหน้ากันเช่นนี้    จึงจะทำให้ลูกน้องมีความสามัคคีกัน  ไม่อิจฉาริษยาหรือแก่งแย่งแข่งดีกัน    ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ  นะ   จะบอกให้

แต่ไม่ใช่มีลูกน้องหลายคนแล้วดันบอกว่า   “เอ้า  เพื่อความยุติธรรม  ขอให้ตกลงกันให้ได้   พาพี่ไปเลี้ยงคนละวัน”   ถ้าแบบนี้  ลูกน้องคงบอกว่าไม่ต้องหรอกครับหัวหน้า  พวกผมขอสามัคคีกันเองโดยไม่ต้องมีหัวหน้าก็ได้………แฮ่

หัวหน้าที่จะปฏิบัติหรือวางตัวได้เป็นกลางหรือดีแก่ลูกน้องทุกคน  ต้องเป็นคนที่ตัดอารมณ์ปุถุชนอันได้แก่ รัก โลภ  โกรธ หลง ลงได้    ซึ่งมีคนสักกี่คนต่อให้เป็นวิญญูชนด้วยจะทำได้   อย่างไรก็ตาม  พยายามระมัดระวังอย่าทำให้ลูกน้องเห็นชัดจนเกินไปในความเป็นปุถุชนก็แล้วกัน

อย่างเช่น   ผมในสมัยที่เป็นใหญ่อยู่ในงานระดับคณะแห่งหนึ่ง   มีโอกาสไปทัศนศึกษาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน    กลับมาเมืองไทยนี่ลูกน้องมีความสุขครึกครื้นกันทั้งคณะเลยละครับ  เพราะผมมีของมาฝากทุกคนแบบโดยเสมอภาคกันเสียด้วย

สุภาพสตรีทุกคนได้พัดแบบจีนคนละ  ๑  เล่ม    ส่วนสุภาพบุรุษได้ตะเกียบคนละกำ ไม่มีใครทราบจนป่านนี้กระมังว่า    ลูกน้องผู้หญิงของผมคนหนึ่งที่ผมใช้งานแกมากกว่าคนอื่นในหลายๆ  เรื่อง   ผมแอบให้ผ้าปูที่นอนชุดใหญ่ลายมังกรอีก   ๑  ผืน  นอกเหนือจากพัดเหมือนที่คนอื่นได้รับ

จะไม่ให้แกเป็นพิเศษได้อย่างไร   เดี๋ยวแกก็น้อยใจแย่ซี แกอาจจะคิดว่า  “มีอย่างที่ไหนเวลามีนั่นมีนี่ก็ใช้แต่หนู  แต่เวลาให้รางวัลกลับได้เหมือนคนอื่น   แบบนี้หนูก็หมดกำลังใจแย่ซี  ทีหลังอย่ามาใช้หนูอีกนะ”  อะไรทำนองนี้

แต่ผมก็รอบคอบนะครับ  เพราะผมกำชับแกว่า  “แล้วคุณอย่าไปบอกใครละ  ว่าผมให้คุณ  ถ้ามีใครรู้ละก็ ผมบอกก่อนนะ   ผมจะเอาคืนมาให้คนอื่นๆ จับสลากกัน”

ต้องเตือนครับ   เดี๋ยวเธอเกิดทำไร้เดียงสาเอาผ้าปูที่นอนไปโชว์ใครต่อใครให้ต่อมอิจฉาริษยาระเบิดขึ้นมาทำให้แตกความสามัคคีก็ได้    ต่อมพวกนี้ยิ่งเปราะบางอยู่ด้วย

คนเป็นหัวหน้าต้องระวังนะครับ  ลูกน้องบางคนชอบอ้างอิงหัวหน้าเพื่อให้คนอื่นเห็นความสำคัญของตัว    เวลาทำอะไรเป็นพิเศษกับลูกน้องบางคนจึงต้องมีการกำชับกำชากันบ้าง   อย่าปล่อยให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวหรือท้อล์คอ๊อฟเดอะทาวน์หรืออื้ออึงในที่ทำงาน   สร้างความเสียหายให้แก่คนที่เป็นหัวหน้า

                เห็นไหมละครับ   การเป็นหัวหน้าที่ดีไม่ให้มีปัญหาในระหว่างลูกน้องไม่ใช่เรื่องง่ายๆ    จะทำอะไรหรือวางตัวก็ต้องระมัดระวังบ้าง   เพราะลูกน้องอยากเห็นหัวหน้าเป็นของทุกคนไม่ใช่คนใดคนหนึ่งหรือไม่กี่คน  ต้องให้ความเมตตาต่อทุกคนที่เป็นลูกน้องโดยเสมอภาคกัน

ถ้าทำได้แน่ละครับ  หัวหน้าก็จะกลายเป็นขวัญใจลูกน้องอย่างแน่นอน  เชื่อผมเถอะ

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ